ปกติเมื่อผมจะไปเที่ยวไม่ว่าจะในประเทศหรือต่างประเทศ ก็จะต้องเปิดเว็บที่จะใช้จองโรงแรม Online Travel Agent (OTA) โดยส่วนใหญ่จะหนีไม่พ้น Booking.com หรือไม่ก็ Agoda.com
จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมพบว่าจุดเด่นจุดด้อยที่แตกต่างกัน ดังนี้ครับ
1. เราจะสามารถเห็นราคาที่ต้องจ่ายจากหน้าของผลลัพท์ที่เรา search หาโรงแรมเลย ซึ่งก็จะ list ออกมาเลยว่าราคาเท่าไหร่ พูดง่ายๆราคาที่เห็นคือราคาที่เราจ่ายจริงเลยครับ แล้วกรณีที่เลือกพักหลายคืนก็จะแสดงยอดรวมทั้งหมดให้เลยไม่ต้องมานั่งคำนวณราคาต่อคืนเองให้เสียเวลา อันนี้ยอมรับว่าช่วยให้ประหยัดเวลาในการคำนวนของเราได้มากครับ
2. เราสามารถเลือกจำนวนคนพักที่จะไปพักจริงๆได้ แล้วระบบจะทำการค้นหาให้ เช่น ไปพัก 4 คน ระบบก็จะแสดงห้องที่เป็น 4 คน มาให้ด้วยเลย เพราะว่า เมื่อเราต้องไปพักผ่อนกับครอบครัวที่มีคนมากกว่า 2 คน เดี๋ยวนี้หลายโรงแรมจะมี Family Room ที่สามารถพักด้วยกัน 3-4 คนได้ อาจจะเป็นห้องเชื่อมกัน แล้วมีห้องนั่งเล่นตรงกลาง หรือเป็นเพียงแค่ห้องติดกันที่เปิดเข้าหากันได้ก็มีครับ
3. บางโรงแรมสามารถให้เราไปจ่ายเงินที่โรงแรมได้ เราก็ทำให้เราสามารถจ่ายเงินหลังจากที่เราเข้าพักไปแล้ว จ่ายช้าก็ดีกว่าจ่ายก่อนจริงมั้ยครับ จ่ายยิ่งช้ายิ่งดีแล้วข้อดีของการจ่ายที่โรงแรม คือ เราสามารถขอใบกำกับภาษีได้แน่นอนครับเพราะโรงแรมรับเงินจากเราโดยตรง
1. คนไทยนิยมจองเวบนี้กันมานานแล้ว ผมก็เป็นหนึ่งคนในนั้น พูดง่ายๆคือเราจองเว็ปนี้กันมานานจนเป็นที่นิยมแล้วนั่นเอง
2. บางโรงแรมไม่มีใน booking แต่มีใน Agoda ซึ่งเราอาจจะได้เจอโรงแรมที่ถูกใจเราก็ได้ จริงมั้ยครับ
3. ราคาที่เห็นให้หน้าแสดงผลลัพธ์การค้นหายังไม่ใช่ราคาที่เราจะต้องจ่ายจริง เราต้องเลือก Room Type ทุกอย่างเรียบร้อยก่อน แล้ว Next ไปถึงหน้าก่อนที่จะจ่ายเงินจึงจะเห็นราคารวมทั้งหมด ซึ่งก็จะมีค่าใช้จ่ายต่างๆ (ค่าภาษีและค่าธรรมเนีนม) เพิ่มขึ้นมาจากราคาหน้าเวบที่โชว์ในหน้าแรก พูดง่ายๆคือเราต้องเสียเวลาเหมือนจะจองจริงๆแล้วจึงจะเห็นราคาที่จะต้องจ่ายนั่นเอง
4. เวปนี้มักจะมีโปรโมชั่นส่วนลดร่วมกับ Partner ต่างๆ เช่น บริษัทเครือข่ายมือถือ บัตรเครดิต เป็นต้น ดังนั้นพอได้ส่วนลด top up ไปอีก 8% หรือ 5% ราคาก็เริ่มที่จะน่าสนใจขึ้นมาเลยทีเดียว เมื่อเทียบกับเว็บจองโรงแรมของรายอื่นๆ
5. ปัจจุบัน สามารถทำการค้นหาโดนใส่ตัวเลือกเป็นจำนวนห้อง จำนวนคน จำนวนเด็กที่จะเข้าพักได้แล้ว ซึ่งความสามารถนี้สะดวกกว่าเว็ปจองโรงแรงสมัยก่อนมากครับ
6. Agoda มีระบบการให้เงินคืนที่เรียกว่า Agoda Cash ซึ่งขึ้นอยู่กับโรงแรมว่าร่วมโครงการหรือไม่ ถ้าเราจองโรงแรมที่ร่วมโครงการก็จะได้รับเงินคืนเข้า Agoda Cash เพื่อนำมาใช้เป็นส่วนลดในการจองครั้งต่อไปได้ด้วยครับ
สรุปภาพรวม ทั้งสองเว็ปมีความสามารถในการค้นหาโรงแรมโดยตัวเลือกแทบจะไม่ต่างกัน ที่จะต่างก็คงจะเป็นเรื่องของการแสดงราคาที่หน้าเว็ป โปรโมชั่นส่วนลด และการจ่ายค่าที่พัก
ดังนั้นสิ่งสำคัญที่เราจะต้องคำนึงเมื่อเราจองโรงแรม คือ
การจ่ายเงิน จะมีทั้งแบบจ่ายล่วงหน้าในวันที่จอง จ่ายก่อนวันที่จะเข้าพัก x วันโดยการหักบัตรเครดิต หรือไปจ่ายเงินที่โรงแรม ตรงนี้สำคัญมากจริงๆผู้อ่านต้องดูเงื่อนไขของการจองให้ดีนะครับ เพราะเงื่อนไขบางอย่าง เช่น No refund นั่นหมายความว่าเราจะไม่ได้รับเงินคืนไม่ว่ากรณีใดๆก็ตาม ไม่ว่าเราจะยกเลิกการจองก่อนเข้าพักนานแค่ไหนก็ไม่ได้รับเงินคืนเลย ถ้าเราจองแบบนั้นไปแล้วการไปทะเลาะกับโรงแรมหรือเว็ปจองโรงแรมเพื่อให้ได้เงินคืนมานั้นยากมากครับ ดังนั้น ถ้าเราไม่แน่ใจว่าจะเข้าพักในวันนั้นได้ก็อาจจะต้องจองโรงแรมที่มีเงื่อนไขที่สามารถยกเลิกการจองได้ฟรี นั่นคือ เราก็จะได้รับเงินคืนทั้งหมดหากเรายกเลิกก่อนวันเวลาที่กำหนดไว้นั่นเองครับ
การรับสิทธิประโยชน์ทางภาษี หรือ สิทธิลดหย่อนภาษี ประเด็นนี้ผมว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจ เมื่อรัฐบาลประกาศออกมาว่าอนุมัติโครงการที่ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว สิ่งที่เราต้องดูก่อนคือ หนึ่งโรงแรมนั้นอยู่ในรายชื่อของผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมที่ได้รับใบอนุญาติตามกฏหมายหรือไม่ครับ สอง คือ หากเราจองโรงแรมแล้วอยากใช้สิทธิลดหย่อนภาษี เราจะต้องขอให้โรงแรมนั้นออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบให้เรา ถ้าไม่แน่ใจก่อนที่จะจองให้ยืนยันกับทางโรงแรมก่อนว่าสามารถออกให้ได้หรือไม่นะครับ
โปรโมชั่นส่วนลด บางครั้งเมื่อมีส่วนลดจากโปรโมชั่นบัตรเครดิต หรือเครือข่ายมือถือก็ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการไปเที่ยวของเราได้ เราควรที่จะลองค้นหาดูก่อนว่าช่วงนี้มีโปรโมชั่นอะไรบ้างก่อนที่จะจองนะครับ
เมื่อรู้แบบนี้แล้วก็เตรียมออกเดินทางแล้วไปจองโรงแรมกันได้เลยครับ

